ขนมจีน หรือ ขนมมอญ

พฤษภาคม 26, 2009
นับเป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะตามที่ได้ยินมาใครๆ มักจะพูดว่า “ขนมจีน” ไม่น่าจะใช่อาหารของจีนอยู่แล้ว และบทความส่วนใหญ่ก็มักจะพูดถึงคำนี้อยู่เสมอ ว่าน่าจะมาจาก ภาษามอญ “ขนมจีน” น่าจะเป็นภาษาอะไรกันแน่ และคนมอญมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการทำ หรือการกินขนมจีนแค่ไหน
ชาวมอญทั่วไปนิยมรับประทานขนมจีน ไม่เฉพาะแต่ในเทศกาลเท่านั้น ในบางครั้งก็ยังมีการทำกินกันเอง เป็นการรวมญาติหรือว่าเวลาวิดปลาขึ้นมาแล้ว ได้ปลาเยอะ ก็จะมีการทำน้ำยากินกัน คำว่า “ขนมจีน” มอญเรียกว่า “คนอม” เป็นกริยาแปลว่า ทำ, สร้าง (ในพจนานุกรมภาษามอญ-อังกฤษที่รวบรวมโดย R. Halliday ได้ให้ความหมายว่า “form”) ส่วนคำว่า”จีน” ที่อยู่ข้างหลังคำว่า”ขนม”นั้นไม่มีใช้ในภาษามอญ มีแต่คำว่า”จิน”ซึ่งแปลว่าสุก (จากการหุงต้ม) สิ่งที่น่าสังเกต คือ คนมอญนั้นจะเรียก ขนมจีนว่า “คนอม” เฉย ๆ ไม่ใช่คนอมจิน เราจะพบได้จากบทความต่าง ๆ ทั่วไป ซึ่งกล่าวถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของคำ “คนอมจิน” ว่าขณะที่คนมอญกำลังทำ “คนอม” อยู่ ก็มีคนไทยเดินมา และร้องถามว่า กำลังทำอะไรอยู่คนมอญตอบ เป็นภาษามอญ ว่า “คนอมจินโก๊กเซมเจี๊ยะกัม” แปลว่าขนมจีนสุกแล้ว เรียกคนไทยมากินด้วยกันและจากนั้นเป็นต้นมา คนไทยก็เรียกอาหารชนิดนี้ว่า “คนอมจิน” และเพี้ยนมาเป็น “ขนมจีน”
จากเรื่องเล่านี้จะสังเกตได้ว่า ฟังดูลอย ๆ ไม่สมเหตุผล เนื่องจากคำว่า “คนอม” กับ “จิน” นั้นเป็นคำที่แยกกัน (แต่ถูกนำมาอยู่ในประโยคเดียวกัน ) กลับมาดูคำว่า “คนอม” กันอีกที คำว่า “คนอม” แปลว่า “ทำ” ไม่พบว่าเป็นกริยาที่ใช้กับอาหารชนิดอื่น เช่น “หุงข้าว” มอญใช้คำว่า “ดุนเปิง” “ดุน” แปลว่าหุง “เปิง” แปลว่าข้าว “ทำแกง” (ต้มแกง) มอญใช้คำว่า “ดุนกวะ” “กวะ” แปลว่าแกง “ทำขนม” มอญใช้คำว่า “โกลนกวาญจ์” “โกลน” แปลว่าทำ, “กวาญจ์” แปลว่าขนม
กลับมาที่คำว่า “คนอม” อีกครั้ง คำว่า “คนอม” มักพบคำนี้ได้ในคำกริยาที่หมายถึงทำ หรือสร้าง ซึ่งใช้กับการก่อสร้างวัตถุ เช่น “สร้างเจดีย์” มอญใช้คำว่า “คนอมเจตอย” (เจดีย์-เจตอย มาจากภาษาบาลี) “สร้างศาลา” มอญใช้คำว่า “คนอมซาลา” (โปรดสังเกต ศาลา-ซาลา มาจากภาษาบาลีเช่นกัน) เรื่องของวัฒนธรรมขนมจีน คิดว่าไม่น่าจะมีใครเป็นเจ้าของ เพราะสามารถพบได้ทั่วไป ในภูมิภาคนี้ เช่น ในเวียดนามที่เรียกว่า “บุ๋น” ซึ่งฟังแล้วคล้ายคลึงกับคำว่า “ข้าวปุ้น” ทางภาคอีสานของเรา นมเวงในเขมรสูง “นม” แปลว่าขนม “เวง” แปลว่าเส้น ซึ่งมีความหมายคล้ายคลึงกับคำว่า “ขนมเส้น” ทางภาคเหนือ และในพม่ายังเรียก “อาหาร” ชนิดนี้ว่า “โมนดิ” แปลว่า “มอญ” (ของมอญ?) อีกด้วย ที่น่าสนุกกว่านี้ ขนมจีนของเรายังหากินได้ที่เกาะไหหลำ (แถมยังกินกับกะปิอีกด้วยที่ยืนยัน ว่าเหมือนกันแน่ ๆ เพราะว่าทำจากแป้งข้าวเจ้า และเป็นเส้นกลม ๆ)
คำว่า “ขนมจีน” อาจจะมีเค้ามาจากจีนจริง ๆ เพราะถ้าเรามาลองคิดดู ด้วยเหตุผลอีกทีหนึ่งว่าในการ ออกเสียงภาษามอญไม่มีวรรณยุกต์ถ้าคำว่า”ขนมจีน”เป็นภาษาไทยแล้วคนมอญเอาคำนี้ไปใช้ ก็จะไม่สามารถพูดคำว่า “ขนม” ได้ต้องออกเสียง ว่า “คนอม” และโดยนิสัยของคนมอญนั้น ชอบตัดคำให้สั้นลงในภาษาพูด จะเห็นว่าภาษาพูดและภาษาหนังสือจะไม่เหมือนกัน เช่น คำว่า “คน” ในภาษาพูด ของมอญพูดว่า “นิห์” ภาษาเขียนใช้ว่า “เมะนิห์” ลักษณะนี้จะพบได้เสมอในภาษามอญ (พระเจ้าสีหราชาธิราช เป็นพระเจ้าราชาธิราช) ดังนั้นคำว่า “ขนมจีน” ในภาษาไทย อาจถูกเรียกว่า “คนอมจิน”
และสุดท้ายเหลือเพียงคำว่า “คนอม” หรือ “ฮนอม”
แต่ยังมีอีกคำที่น่าสนใจคือ “จับ” หมายถึงขั้นตอนสุดท้าย ของการทำขนมจีน คือการโรยเส้นขนมจีน ไปในน้ำที่ร้อนพอดี พอสุกแล้วใช้กระชอนตักขึ้นล้าง แล้วแช่ในน้ำเย็นก่อนนำเส้นมาจับเป็นหัว ๆ ภาษามอญที่คนมอญ ใช้เรียกขนมจีนที่จับเป็นหัว ๆ แล้วว่า “ดับ” แปลว่า “หัว” ทางใต้ใช้คำว่า “หัว” ทางอีสานก็เรียกว่า “หัว” เป็นไปได้ว่า คำที่จะใช้เรียกคำต่าง ๆ นั้น น่าจะใช้จากลักษณนามไม่ใช่เรียก จากคำกริยาในเมื่อคน มอญคนเหนือ และคนใต้ เรียกขนมจีนที่จับแล้วว่า “หัว” ในความหมายเดียวกันคนภาคกลางน่าจะ ใช้คำว่า “หัว” เช่นกัน ไม่น่าจะใช้คำว่า “จับ” หรือว่าคำว่า “จับ” นี้ จะมาจากคำว่า “ดับ” (หัว) ใน ภาษามอญเมื่อทำขนมจีนเสร็จแล้ว ทีนี้ก็มาจัดเรียง ในถาดเพื่อเตรียมตัวรับประทาน เราจะพบอีก คำหนึ่งในภาษามอญคือคำว่า “ถาด” ออกเสียงว่า “ทะห์” เป็นไปไหมว่า คำนี้น่าจะยืมมาจากภาษามอญ
อันที่จริงแล้ว การถ่ายทอดวัฒนธรรมทางด้านภาษา และวัฒนธรรมการกินนั้น เป็นเรื่องปกติที่มีมานานนม ได้ผสมกลมกลืน และถ่ายทอดกันไปมา จนแทบจะไม่สามารถสืบหา ที่มาได้อย่างแน่นอน เมื่อพูดถึงคำว่า “ขนมจีน” ทำให้นึกถึงชาวจีน คนมอญเรียกชาวจีนว่า “เมะนิห์เกริ๊ก” “เมะนิห์” แปลว่า “คน”  “เกริ๊ก” แปลว่า “จีน” “อะเจิ้ด” แปลว่า “เจ๊ก” “เดิงเร่ะห์” แปลว่า “เมืองจีน” ลองค้นหาต่อไปถึงความสัมพันธ์ ระหว่างสองชนชาตินี้ เพราะพบอีกบางคำ ที่น่าสนใจในภาษามอญ (อีกแล้ว) นั่นคือคำว่า “กิน” ซึ่งมอญใช้คำว่า “เจี๊ยะ” “กินข้าว” มอญใช้คำว่า “เจี๊ยะเปิง” คำว่า “เจี๊ยะ” ใช้กันอยู่ทั่วไปในภาษามอญ ตั้งแต่ผมเกิด แต่คำว่า “เจี๊ยะ” ไม่สามารถสะกดตัวได้ ในภาษาหนังสือของมอญ มีแต่คำว่า “จ๊ะ” จะไม่ออกเสียงว่า “เจี๊ยะ” แต่ในภาษามอญภาษาพูดกับ ภาษาเขียนมักจะไม่ตรงกัน ในภายหลังจึงอนุโลมให้สะกดคำว่า “เจี๊ยะ” ด้วยการเขียนว่า “จ๊ะ” (เป็นคำยกเว้นในภาษามอญ)
อันที่จริง คำซึ่งมีความหมายว่า “กิน” ของภาษามอญ พบว่ามีอยู่เดิม โดยร่องรอยการใช้คำนี้พบได้ ในภาษาที่ใช้กับพระภิกษุ คือคำว่า “ฮับ” และสามารถอ่านพบได้ในคัมภีร์ใบลาน ของมอญในหลายผูกเช่น “พระฉันข้าว” มอญใช้คำว่า “เนะกยาจก์ ฮับเปิง” จึงอยากสันนิษฐานว่า คำว่า “เจี๊ยะ” ในภาษามอญ ซึ่งแปลว่า “กิน” น่าจะมาจากภาษาอื่นเพราะมอญมีคำว่า “ฮับ” อยู่แล้ว
“เจี๊ยะ” (กิน) ในภาษามอญน่าจะฟังคล้าย ๆ ภาษาอะไร?
บำรุง คำเอก
ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร

นับเป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะตามที่ได้ยินมาใครๆ มักจะพูดว่า “ขนมจีน” ไม่น่าจะใช่อาหารของจีนอยู่แล้ว และบทความส่วนใหญ่ก็มักจะพูดถึงคำนี้อยู่เสมอ ว่าน่าจะมาจาก ภาษามอญ “ขนมจีน” น่าจะเป็นภาษาอะไรกันแน่ และคนมอญมีความสัมพันธ์กับวัฒนธรรมการทำ หรือการกินขนมจีนแค่ไหน

ชาวมอญทั่วไปนิยมรับประทานขนมจีน ไม่เฉพาะแต่ในเทศกาลเท่านั้น ในบางครั้งก็ยังมีการทำกินกันเอง เป็นการรวมญาติหรือว่าเวลาวิดปลาขึ้นมาแล้ว ได้ปลาเยอะ ก็จะมีการทำน้ำยากินกัน คำว่า “ขนมจีน” มอญเรียกว่า “คนอม” เป็นกริยาแปลว่า ทำ, สร้าง (ในพจนานุกรมภาษามอญ-อังกฤษที่รวบรวมโดย R. Halliday ได้ให้ความหมายว่า “form”) ส่วนคำว่า”จีน” ที่อยู่ข้างหลังคำว่า”ขนม”นั้นไม่มีใช้ในภาษามอญ มีแต่คำว่า”จิน”ซึ่งแปลว่าสุก (จากการหุงต้ม) สิ่งที่น่าสังเกต คือ คนมอญนั้นจะเรียก ขนมจีนว่า “คนอม” เฉย ๆ ไม่ใช่คนอมจิน เราจะพบได้จากบทความต่าง ๆ ทั่วไป ซึ่งกล่าวถึงเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของคำ “คนอมจิน” ว่าขณะที่คนมอญกำลังทำ “คนอม” อยู่ ก็มีคนไทยเดินมา และร้องถามว่า กำลังทำอะไรอยู่คนมอญตอบ เป็นภาษามอญ ว่า “คนอมจินโก๊กเซมเจี๊ยะกัม” แปลว่าขนมจีนสุกแล้ว เรียกคนไทยมากินด้วยกันและจากนั้นเป็นต้นมา คนไทยก็เรียกอาหารชนิดนี้ว่า “คนอมจิน” และเพี้ยนมาเป็น “ขนมจีน”

จากเรื่องเล่านี้จะสังเกตได้ว่า ฟังดูลอย ๆ ไม่สมเหตุผล เนื่องจากคำว่า “คนอม” กับ “จิน” นั้นเป็นคำที่แยกกัน (แต่ถูกนำมาอยู่ในประโยคเดียวกัน ) กลับมาดูคำว่า “คนอม” กันอีกที คำว่า “คนอม” แปลว่า “ทำ” ไม่พบว่าเป็นกริยาที่ใช้กับอาหารชนิดอื่น เช่น “หุงข้าว” มอญใช้คำว่า “ดุนเปิง” “ดุน” แปลว่าหุง “เปิง” แปลว่าข้าว “ทำแกง” (ต้มแกง) มอญใช้คำว่า “ดุนกวะ” “กวะ” แปลว่าแกง “ทำขนม” มอญใช้คำว่า “โกลนกวาญจ์” “โกลน” แปลว่าทำ, “กวาญจ์” แปลว่าขนม

กลับมาที่คำว่า “คนอม” อีกครั้ง คำว่า “คนอม” มักพบคำนี้ได้ในคำกริยาที่หมายถึงทำ หรือสร้าง ซึ่งใช้กับการก่อสร้างวัตถุ เช่น “สร้างเจดีย์” มอญใช้คำว่า “คนอมเจตอย” (เจดีย์-เจตอย มาจากภาษาบาลี) “สร้างศาลา” มอญใช้คำว่า “คนอมซาลา” (โปรดสังเกต ศาลา-ซาลา มาจากภาษาบาลีเช่นกัน) เรื่องของวัฒนธรรมขนมจีน คิดว่าไม่น่าจะมีใครเป็นเจ้าของ เพราะสามารถพบได้ทั่วไป ในภูมิภาคนี้ เช่น ในเวียดนามที่เรียกว่า “บุ๋น” ซึ่งฟังแล้วคล้ายคลึงกับคำว่า “ข้าวปุ้น” ทางภาคอีสานของเรา นมเวงในเขมรสูง “นม” แปลว่าขนม “เวง” แปลว่าเส้น ซึ่งมีความหมายคล้ายคลึงกับคำว่า “ขนมเส้น” ทางภาคเหนือ และในพม่ายังเรียก “อาหาร” ชนิดนี้ว่า “โมนดิ” แปลว่า “มอญ” (ของมอญ?) อีกด้วย ที่น่าสนุกกว่านี้ ขนมจีนของเรายังหากินได้ที่เกาะไหหลำ (แถมยังกินกับกะปิอีกด้วยที่ยืนยัน ว่าเหมือนกันแน่ ๆ เพราะว่าทำจากแป้งข้าวเจ้า และเป็นเส้นกลม ๆ)

คำว่า “ขนมจีน” อาจจะมีเค้ามาจากจีนจริง ๆ เพราะถ้าเรามาลองคิดดู ด้วยเหตุผลอีกทีหนึ่งว่าในการ ออกเสียงภาษามอญไม่มีวรรณยุกต์ถ้าคำว่า”ขนมจีน”เป็นภาษาไทยแล้วคนมอญเอาคำนี้ไปใช้ ก็จะไม่สามารถพูดคำว่า “ขนม” ได้ต้องออกเสียง ว่า “คนอม” และโดยนิสัยของคนมอญนั้น ชอบตัดคำให้สั้นลงในภาษาพูด จะเห็นว่าภาษาพูดและภาษาหนังสือจะไม่เหมือนกัน เช่น คำว่า “คน” ในภาษาพูด ของมอญพูดว่า “นิห์” ภาษาเขียนใช้ว่า “เมะนิห์” ลักษณะนี้จะพบได้เสมอในภาษามอญ (พระเจ้าสีหราชาธิราช เป็นพระเจ้าราชาธิราช) ดังนั้นคำว่า “ขนมจีน” ในภาษาไทย อาจถูกเรียกว่า “คนอมจิน”

และสุดท้ายเหลือเพียงคำว่า “คนอม” หรือ “ฮนอม”

แต่ยังมีอีกคำที่น่าสนใจคือ “จับ” หมายถึงขั้นตอนสุดท้าย ของการทำขนมจีน คือการโรยเส้นขนมจีน ไปในน้ำที่ร้อนพอดี พอสุกแล้วใช้กระชอนตักขึ้นล้าง แล้วแช่ในน้ำเย็นก่อนนำเส้นมาจับเป็นหัว ๆ ภาษามอญที่คนมอญ ใช้เรียกขนมจีนที่จับเป็นหัว ๆ แล้วว่า “ดับ” แปลว่า “หัว” ทางใต้ใช้คำว่า “หัว” ทางอีสานก็เรียกว่า “หัว” เป็นไปได้ว่า คำที่จะใช้เรียกคำต่าง ๆ นั้น น่าจะใช้จากลักษณนามไม่ใช่เรียก จากคำกริยาในเมื่อคน มอญคนเหนือ และคนใต้ เรียกขนมจีนที่จับแล้วว่า “หัว” ในความหมายเดียวกันคนภาคกลางน่าจะ ใช้คำว่า “หัว” เช่นกัน ไม่น่าจะใช้คำว่า “จับ” หรือว่าคำว่า “จับ” นี้ จะมาจากคำว่า “ดับ” (หัว) ใน ภาษามอญเมื่อทำขนมจีนเสร็จแล้ว ทีนี้ก็มาจัดเรียง ในถาดเพื่อเตรียมตัวรับประทาน เราจะพบอีก คำหนึ่งในภาษามอญคือคำว่า “ถาด” ออกเสียงว่า “ทะห์” เป็นไปไหมว่า คำนี้น่าจะยืมมาจากภาษามอญ

อันที่จริงแล้ว การถ่ายทอดวัฒนธรรมทางด้านภาษา และวัฒนธรรมการกินนั้น เป็นเรื่องปกติที่มีมานานนม ได้ผสมกลมกลืน และถ่ายทอดกันไปมา จนแทบจะไม่สามารถสืบหา ที่มาได้อย่างแน่นอน เมื่อพูดถึงคำว่า “ขนมจีน” ทำให้นึกถึงชาวจีน คนมอญเรียกชาวจีนว่า “เมะนิห์เกริ๊ก” “เมะนิห์” แปลว่า “คน”  “เกริ๊ก” แปลว่า “จีน” “อะเจิ้ด” แปลว่า “เจ๊ก” “เดิงเร่ะห์” แปลว่า “เมืองจีน” ลองค้นหาต่อไปถึงความสัมพันธ์ ระหว่างสองชนชาตินี้ เพราะพบอีกบางคำ ที่น่าสนใจในภาษามอญ (อีกแล้ว) นั่นคือคำว่า “กิน” ซึ่งมอญใช้คำว่า “เจี๊ยะ” “กินข้าว” มอญใช้คำว่า “เจี๊ยะเปิง” คำว่า “เจี๊ยะ” ใช้กันอยู่ทั่วไปในภาษามอญ ตั้งแต่ผมเกิด แต่คำว่า “เจี๊ยะ” ไม่สามารถสะกดตัวได้ ในภาษาหนังสือของมอญ มีแต่คำว่า “จ๊ะ” จะไม่ออกเสียงว่า “เจี๊ยะ” แต่ในภาษามอญภาษาพูดกับ ภาษาเขียนมักจะไม่ตรงกัน ในภายหลังจึงอนุโลมให้สะกดคำว่า “เจี๊ยะ” ด้วยการเขียนว่า “จ๊ะ” (เป็นคำยกเว้นในภาษามอญ)

อันที่จริง คำซึ่งมีความหมายว่า “กิน” ของภาษามอญ พบว่ามีอยู่เดิม โดยร่องรอยการใช้คำนี้พบได้ ในภาษาที่ใช้กับพระภิกษุ คือคำว่า “ฮับ” และสามารถอ่านพบได้ในคัมภีร์ใบลาน ของมอญในหลายผูกเช่น “พระฉันข้าว” มอญใช้คำว่า “เนะกยาจก์ ฮับเปิง” จึงอยากสันนิษฐานว่า คำว่า “เจี๊ยะ” ในภาษามอญ ซึ่งแปลว่า “กิน” น่าจะมาจากภาษาอื่นเพราะมอญมีคำว่า “ฮับ” อยู่แล้ว

“เจี๊ยะ” (กิน) ในภาษามอญน่าจะฟังคล้าย ๆ ภาษาอะไร?

บำรุง คำเอก : ภาควิชาภาษาตะวันออก คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
ที่มา http://www.monstudies.com

Advertisements

โรงงานขนมจีนสมุนไพร เส้นทางปั้นเถ้าแก่หน้าใหม่

พฤษภาคม 23, 2009
552000006086606  
ขนมจีนสมุนไพรจากดอกอัญชัน
 
       ขนมจีน อาหารพื้นบ้านที่อยู่คู่คนไทยมานาน ที่ผ่านมาการทำขนมจีน ถือเป็นประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน เมื่อมีงานบุญทุกคนก็จะร่วมตัวกันเพื่อทำขนมจีนเลี้ยงพระ และเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน แต่ด้วยขั้นตอนการทำขนมจีนค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้เกิดโรงงานผลิตขนมจีนที่มีการใช้เครื่องจักร และแป้งวัตถุดิบสำเร็จรูปมาช่วยให้การทำขนมจีนง่ายและรวดเร็ว
 552000006086602
ขนมจีนในเข่งส่งขายตลาดสด ตลาดนัด
 
       นางชวนพิศ ใจช่วงโชติ เจ้าของโรงงานผลิตขนมจีนขนาดย่อม เล่าว่า การเปิดโรงงานผลิตขนมจีนของตนเองในครั้งนี้เกิดขึ้นมาจาก เดิมที่ข้างบ้านเปิดโรงงานขายแป้งหมักสำเร็จรูปสำหรับทำขนมจีน และในช่วงแรกต้องการจะขายแป้งขนมจีนสำเร็จรูป แต่ก่อนจะขายได้จำเป็นต้องสอนให้กับคนซื้อแป้งทำขนมจีนเป็นก่อน จึงได้เปิดโรงงานแห่งนี้ เพื่อเป็นสถานที่สอน และในช่วงที่ไม่มีคนมาเรียนก็ทำขายไปด้วย
      
       ทั้งนี้ นอกจากแป้งหมักสำเร็จรูป ทางคุณชวนพิศ ก็ยังได้มีอุปกรณ์ และเครื่องมือที่ใช้ในการผลิตขนมจีนออกมาขายควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ลูกค้ากลับไปผลิตขนมจีนออกขายได้เลย โดยเครื่องผลิตชุดใหญ่จะขายชุดละ 50,000 บาท สามารถผลิตได้ 500 ถึง 1,000 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนชุดเล็ก ลูกค้าจะซื้อไปบีบสดขายลูกค้าตามตลาดนัด ซึ่งชุดเล็กสามารถทำได้วันละประมาณ 200 กิโลกรัม
552000006086603 
นางชวนพิศ ใจช่วงโชติ เจ้าของโรงงาน
 
       ส่วนแป้งหมักขนมจีนสำเร็จรูปนั้น เป็นสูตรแป้งหมักในแบบอีสาน ราคาจะขึ้นอยู่กับคุณภาพของแป้ง โดยราคาที่ขายอยู่ในปัจจุบันมีตั้งแต่ ถุงละ350 บาท ไปจนถึง 400 บาท น้ำหนักแป้งถุงละ 20 กิโลกรัม ซึ่งแป้งหนึ่งถุงสามารถทำขนมจีนได้เส้นจำนวน 40 กิโลกรัม ราคาขายปลีกทั่วไปกิโลกรัมละ 25 บาท ถึง 30 บาท โดยแป้งหนึ่งถุงลูกค้าสามารถขายได้ 600 บาท ถึง 800 บาท
      
       “การทำขนมจีนขายกำไรค่อนข้างดี ซึ่งลูกค้าบางรายก็มีการประหยัดต้นทุนด้วยการผสมแป้งราคาแพงกับแป้งราคาถูกเข้าด้วยกัน ในขณะที่เส้นขนมจีนก็ยังออกมาเหนียวนุ่ม ถ้าใช้วัตถุดิบที่เป็นแป้งสำเร็จรูปของเรา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตขนมจีนมาส่งขายตามตลาดหลายราย ถ้าทำขนมจีนคุณภาพไม่ดีมาขาย ก็ไม่สามารถจะเข้าไปแย่งชิงตลาดได้ รายใหม่ที่เข้ามาจำเป็นจะต้องผลิตขนมจีนคุณภาพดีออกมาขาย และต้องราคาไม่แพง”
 552000006086604
แป้งสำเร็จรูป จะอร่อยเหนียวนุ่มหรือไม่อยู่ตรงนี้
 
       นางชวนพิศ เล่าว่า ในส่วนโรงงานผลิตของตนเอง กำลังการผลิตในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1-2 ตัน กลุ่มลูกค้าจะมาจากตลาดนัด และตลาดสด ในย่านบางบัวทอง บางใหญ่ และใกล้เคียง นอกจากนี้ มีกลุ่มลูกค้าที่มารับที่บ้าน ซึ่งราคาจะถูกกว่าการไปส่งถึงที่ โดยลูกค้ามารับถึงที่อยู่ที่กิโลกรัมละ 15 บาท ถ้าไปส่งให้ถึงที่กิโลกรัมละ 17 บาท ส่วนขายในกระจาด 1 กิโลกรัมขายพร้อมกระจาดราคาขายส่งกิโลกรัมละ 18 บาท ส่งถึงที่กิโลกรัมละ 20 บาท ลูกค้านำไปขายต่อในราคากิโลกรัมละ 25 บาทพร้อมกระจาด ส่วนราคาไม่รวมกระจาด ลูกค้านำไปขายกิโลกรัมละ 20 บาท ถึง 22 บาท
      
552000006086605 
เครื่องนวดแป้ง
 
       สำหรับราคาขายส่งของเราเมื่อเทียบกับคุณภาพของขนมจีน ในขณะนี้ถือได้ว่าถูกที่สุด ทำให้ได้ลูกค้าประจำหลายราย โดยยอดการขายขนมจีนต่อวันอยู่ที่ประมาณเกือบ 2 ตัน หรือ 2,000 กิโลกรัม ส่วนผู้มาเรียนก็มีมาอย่างต่อเนื่องจากหลายๆ ที่ ทำให้เราขายเครื่องจักร และแป้งหมักสำเร็จรูปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการสอนจะสอนให้ฟรีโดยไม่คิดค่าเรียนและจะสอนจนกว่าลูกค้าสามารถทำขายได้ ส่วนผู้ที่สนใจต้องการสูตรการทำน้ำยาที่เป็นสูตรโบราณ หรือ แกงเขียวหวานจะคิดสูตรละ 1,000 บาท
      
       ในส่วนของขนมจีนชีวจิต มีการทำออกมาขายบ้าง แต่ไม่มาก เพียงวันละประมาณ 70 ถึง 80 กิโลกรัม เป็นขนมจีนสูตรสมุนไพร โดยสมุนไพรที่นำมาใช้มีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด คือ ใบเตย และอัญชัน ส่วนสมุนไพรชนิดอื่นนั้นไม่ค่อยได้รับความนิยมจึงไม่ได้ทำออกขาย และเนื่องจากส่วนใหญ่ลูกค้าซื้อขนมจีนเส้นขาว และถ้าทำขนมจีนสมุนไพร ถ้าทำพร้อมขนมจีนเส้นขาว สีก็จะไปตกใส่ขนมจีนเส้นขาว จึงต้องผลิตขนมจีนสมุนไพรช่วงหลังจากทำขนมจีนเส้นขาวเสร็จ
 
 
 
       ที่ผ่านมาลูกค้าที่ซื้อขนมจีนชีวจิต หรือขนมจีนสมุนไพร จะเป็นกลุ่มลูกค้าที่เปิดร้านขายขนมจีน และนำไปขายวางโชว์ เพื่อเรียกลูกค้า แต่ถ้าเป็นลูกค้าทั่วไปก็ไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่ ส่วนรสชาติของขนมจีนสมุนไพร รสชาติเหมือนกับขนมจีนเส้นขาวทั่วๆไป ที่เพิ่มขึ้นมาก็จะเป็นกลิ่นของใบเตย แต่ก็ไม่มาก เพราะจะโดนกลิ่นแป้งหมักกลบทับไปหมด
 552000006086607
พนักงานจับขนมจีนเป็นจับใส่กระจาด
 
       ส่วนราคาขนมจีนสมุนไพร จะขายราคาเดียวกันกับขนมจีนเส้นขาว เพราะต้นทุนไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ในช่วงที่แป้งราคาแพง เนื่องจากราคาข้าวที่เพิ่มขึ้น บวกกับราคาน้ำมันที่ขยับเพิ่มหลายเท่าตัว ส่งผลให้แป้งหมักสำเร็จรูปราคาเพิ่มขึ้นถึงถุงละ 600 บาท ทำให้ราคาขนมจีนขายส่งพุ่งสูงถึงกิโลกรัมละเกือบ 30 บาท ช่วงนั้นจึงหยุดทำไประยะหนึ่ง และขายอุปกรณ์ พร้อมสูตรให้กับผู้ที่สนใจไปพร้อมกับลูกค้า และเพิ่งกลับมาทำใหม่อีกครั้งได้ประมาณ 6 เดือน เพราะแป้งราคาเริ่มลดลง ในขณะที่ราคาขนมจีนก็ไม่ได้ลดลงตามมามากนัก เห็นว่าน่าจะทำกำไรได้ และราคาน้ำมันก็ไม่ได้สูงมาก จึงตัดสินใจทำขายอีกครั้ง แต่จุดประสงค์ครั้งนี้ ต้องการจะให้เป็นสถานที่เรียนให้กับผู้สนใจต้องการซื้ออุปกรณ์ และแป้งของเรา
552000006086608
รอการซีนด้วยพลาสติกป้องกันสิ่งสกปรกและอากาศภายนอก
 

โทร. 08-6384-9416
ที่มา http://manager.co.th/SMEs/ViewNews.aspx?NewsID=9520000056988